
|
|
01 |
 |
พระเป็นเจ้าทรงสร้างโลก พระองค์ทรงสร้างทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งที่เห็นได้ และเห็นไม่ได้ผ่านทางองค์พระวจนาถ (พระบุตร) ในวาระสุดท้าย พระองค์ทรงกำหนดให้เป็นวาระที่ยกถวายแต่พระเป็นเจ้า |
|
02 |
|
อาดัม เอวา เลือกทำตามใจตนเองมากกว่าทำตามน้ำพระทัยพระเป็นเจ้า สภาพของมนุษย์จึงเปลี่ยนไป แต่พระเป็นเจ้าสัญญาว่า "จะส่งผู้ไถ่กู้มาช่วยมนุษย์"
|
|
03 |
มนุษย์เริ่มตกต่ำลงมาเป็นลำดับ ลูกหลานของอาดัมและเอวา เริ่มรู้จักความดีและความชั่ว เช่น กาอินฆ่าอาแบลน้องชายของตน เค้าโครงจิตใจมนุษย์ก็เต็ไปด้วยแนวโน้มไปในเรื่องร้ายเสมอ พระเป็นเจ้าจึงตั้งพระทัยจะลบล้างมนุษย์ชั่วให้หมดไปเสียจากโลก
|
|
04 |
 |
มีเพียงโนอาห์ และผู้อยู่ในสำเภาที่เหลือรอดชีวิต รวมทั้งบรรดาสิ่งมีชีวิตในสำเภา นอกนั้นสูญหายไปกับน้ำวินาศ | |
05 | พระเจ้าทรงทำสัญญากับมนุษย์อีกว่า จะไม่ทำลายมนุษย์ด้วยน้ำอีกต่อไป โนอาห์ตั้งแท่นถวายบูชาแด่พระเป็นเจ้านมัสการพระองค์
|
|
06 |
มนุษย์เริ่มมีลูกหลานมากขึ้น พวกเขาเริ่มคิดอย่างเดียวกับอาดัมและเอวา ความจองหองต่อพระเป็นเจ้าทำให้พวกเขาอยู่รวมกันเพื่อสร้างหอสูง เพื่อเป็นเครื่องหมายแห่งความยิ่งใหญ่ของสติปัญญาของมนุษย์ แต่เขาสร้างไม่สำเร็จ และแตกความสามัคคีกัน เขาเรียกหอนั้นว่า "บาเบล" แปลว่าหอวุ่นวาย มนุษย์จึงกระจัดกระจายออกไป พูดภาษาต่างๆ |
| 07 |
พระเจ้าทรงเรียกอับราฮัมให้ออกจากบ้านเกิด จากญาติพี่น้องเดินทางไปยังแผ่นดินที่พระองค์จะชี้บอกให้ ณ ที่นั้นพระองค์สัญญากับอับราฮัม จะให้เขาเป็นต้นตระกูลของชนชาติใหญ่ อับราฮัมแม้ไม่เคยรู้จักพระองค์นี้มาก่อน แต่ก็เชื่อ และปฏิบัติตาม | |
08 |
อับราฮัมออกเดินทางไปพร้อมล้อตหลานชาย ทั้งสองมีความร่ำรวยมากจนภายหลังต้องแยกที่ทำกินจากกัน ล้อตไปอยู่ที่เมืองโซโดม |
| 09 |
พระเป็นเจ้าทรงสัญญาว่า จะให้อับราฮัมมีบุตร พระองค์กับเทวดา 2 องค์ ตำหนิความไม่ชื่อของนางซาราห์ภรรยาของอับราฮัม |
 |
| 10 |
ก่อนจะออกเดินทางไปเมืองโซโดม เพื่อไปลงโทษเมืองโซโดม พร้อมกับเมืองโกโมราห์ |
| 11 |
อับราฮัมได้ต่อรองขอพระเมตตาจากพระเป็นเจ้า แต่คนดีในเมืองโซโดมมีไม่ถึง 10 คน พระเป็นเจ้าจึงลงโทษเมืองทั้ง 2 ด้วยฝนกำมะถัน ที่ตกลงมาจากฟ้า แต่ล้อตและครอบครัวรอดชีวิต ยกเว้นภรรยา |
| 12 |
อับราฮัมมีบุตรชื่อ "อิสอัค" เกิดจากนางซาราห์ และบุตรที่เกิดจากภรรยาอีกคน ชื่อ "อิชมาแอล" (ซึ่งเป็นต้นตระกูลของชาวอาหรับในเวลาต่อมา) |
| 13 |
พระเป็นเจ้าทรงทดลองความเชื่อของอับราฮัม โดยการให้เอาอิสอัคไปฆ่าถวายบนภูเขา เมื่อได้ทดลองใจอับราฮัมว่า เชื่อจริงแล้ว พระองค์จึงทรงทำพันธสัญญากับอัมราฮัม ให้ชนชาติของเขาเป็นชนชาติศักดิ์สิทธิ์มีจำนวนมากมายมหาศาล |
| 14 |
อิสอัคให้กำเนิดยากอบ และเอเซา ทั้ง 2 เป็นฝาแฝดกัน เอเซาเป็นพี่ ยากอบเป็นน้อง เอเซาแลกสิทธิลูกหัวปีกับต้นถั่วต้มของยากอบ พระเป็นเจ้าทรงเลือกยากอบเป็นหนทางสู่ความจริงตามพันธสัญญา |
| 15 |
ยากอบมีบุตร 12 คน คนที่ 4 ชื่อ ยูดาห์ คนที่ 11ชื่อยอแซฟ คนที่ 12 ชื่อ เบนจามิน |
| 16 |
ยอแซฟถูกพี่ๆขายไปเป็นทาสที่ประเทศอียิปต์ แต่พระเป็นเจ้าใช้เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องมือสำหรับเตรียมชาติอิสราแอลทั้ง สิบสอง ตระกูลให้คงชีวิตไม่อดตาย และมีจำนวนมากมายมหาศาล |
| 17 |
ชาวอิสราแอลตกเป็นทาสอยู่ในอียิปต์ พระเป็นเจ้าทรงให้โมเสสนำประชากรของพระองค์ออกจากประเทศอียิปต์ ออกจากการเป็นทาสสู่การเป็นไท อาศัยอัศจรรย์หลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งอัศจรรย์แห่งลูกแกะปาสกา |
 |
18 |
ชาวอิสราแอลอพยพอยู่ในถิ่นทุรกันดาร 40 ปี ระหว่างนั้นพระองค์ให้น้ำจากหินแก่เขาเพื่อดื่ม ให้เนื้อจากนกคุ่มเพื่อเขารับประทาน และข้าวจากฟ้าเรียกว่า มานนา เหนือสิ่งใด พระเป็นเจ้าทรงประทานพระบัญญัติ 10 ประการ แก่พวกเขาที่ภูเขาซีนาย พระองค์ทำพันธสัญญากับพวกเขา ถ้าหากเขาถือบัญญัติ และนับถือพระองค์ พระองค์จะเป็นพระเป็นเจ้าของเขา และเขาจะเป็นประชากรของพระองค์ |
| 19 |
ที่สุดพวกเขามาถึงแผ่นดินพันธสัญญา การอพยพก็สิ้นสุดลง พระองค์ทรงช่วยพวกเขาภายใต้การนำของโยซูวา ให้เข้าในแผ่นดินพันธสัญญาโดยง่าย
|
| 20 |
อิสราแอลเริ่มสร้างประเทศ และชาติของตน และรื้อฟื้นพันธสัญญาระหว่างพวกเขากับพระเป็นเจ้า |
| 21 |
ประเทศต่างๆรอบข้างล้วนแต่มีกษัตริย์เป็นผู้ปกครอง และผู้วินิจฉัยแทนสถาบันกษัตริย์ |
| 22 |
ประกาศก คือ ผู้ที่พระเป็นเจ้าทรงเรียกเป็นพิเศษ เพื่อพูดแทนพระองค์ ตักเตือน ขู่ลงโทษ และบางครั้งให้กำลังใจปลอบโยน อีกทั้งอาจกล่าวทำนายถึงเหตุการณ์ที่จะเป็นมาในอนาคตทั้งใก้และไกล เราจึงเรียกบรรดาประกาศกว่า ผู้ทำนาย หรือปรอเฟตา ประกาศกเหล่านี้มาจากบุคคลหลายๆชีวิต ซึ่งไม่เหมือนกันเลย พวกเขาเป็นประกาศกตลอดชีวิต |
| 23 |
ผู้วินิจฉัย คือ ผู้ซึ่งพระเป็นเจ้าแต่งตั้งให้ทำหน้าที่ปกป้องคุ้มครองชาวอิสราแอลให้พ้นจากศัตรูทางการเมือง มีก่อนสถาบันกษัตริย์ ส่วนใหญ่มักจะนำชัยชนะต่อการเบียดเบียนครอบครองอันเนื่องมาจากศัตรูรอบข้าง |
| 24 |
ประกาศกที่สำคัญคือ อิสยาห์ เยเรมีห์ เอเสเคียล ดาเนียล อามอส โฮเชยา มีคาห์ มาลาคี นาฮูม เอลียาห์ |
|
| 25 |
ผู้วินิจฉัยที่สำคัญ คือ กิเดโอน เดโบราห์ ซัมซอน โทรา ยาอีร์
|
| 26 |
นางรูธ เป็นชาวโมอับ แต่งงานกับชาวอิสราแอล ชื่อคิริโอน ซึ่งเป็นบุตรของนางนาโอมีกับสามีชื่อเอลีเมเล็ค หลังจากคิริโอนตายแล้ว เหลือนางนาโอมีกับนางรูธลูกสะใภ้กลับมาที่บ้านเกิด ภายหลังนางรูธแต่งงานใหม่กับโบอาส ให้กำเนิดโอเบด โอเบดเป็นบิดาของเจสซี และเจสซีเป็นบิดาของกษัตริย์ดาวิด |
| 27 |
สถาบันกษัตริย์เริ่มขึ้น ด้วยความต้องการของชาวอิสราแอล พวกเขาต้องการมีกษัตริย์เหมือนชนชาติอื่นๆรอบข้าง พระเป็นเจ้าใช้ประกาศกเตือนพวกเขาว่า พระองค์เป็นกษัตริย์ของพวกเขาอยู่แล้ว แต่ชาวอิสราแอลยังคงยืนกรานต้องการกษัตริย์
|
| 28 |
กษัตริย์ซาอูลเป็นกษัตริย์องค์แรกของชาวอิสราแอล แต่ได้ทำสิ่งที่ขัดเคืองน้ำพระทัยพระเป็นเจ้าอยู่เสมอ พระองค์จึงให้ประกาศกซามูแอลไปเจิมแต่งตั้งกษัตริย์องค์ใหม่คือกษัตริย์ "ดาวิด" แต่ดาวิดแม้จะยิ่งใหญ่ที่สุดของชาวอิสราแอลก็ตาม ก็ยังคงทำผิดต่อพระเป็นเจ้า แต่ดาวิดก็กลับใจขอโทษพระเป็นเจ้า
|
| 29 |
กษัตริย์ผู้สร้างพระวิหารคือ "ซาโลมอน" ผู้เป็นโอรสของดาวิด พระเป็นเจ้าทรงประทานสติปัญญาอันล้ำเลิศแก่พระองค์ แต่ในบั้นปลายกษัตริย์"ซาโลมอน" ก็นำชาวอิสราแอลทิ้งพระเป็นเจ้า ไปไหว้นมัสการพระเท็จเทียม
|
| 30 |
กษัตริย์องค์อื่นๆทั้งหมดล้วนแต่ล้มเหลว มีเพียงบางพระองค์เท่านั้นที่ซื่อตรงต่อพระเป็นเจ้า
|
| 31 |
เมื่อดำเนินมาถึงยุคหนึ่ง ชาวอิสราแอลได้รวบรวมข้อเขียนที่บรรพบุรุษได้จารึกไว้บนแผ่นหนังบ้าง บนกระดาษโบราณบ้าง อันเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ที่พระผู้เป็นเจ้ามาเกี่ยวข้องกับพวกเขา บันทึกกฎหมายคำเทศน์ และกิจการของบรรดาประกาศก เมื่อรวบรวมได้แล้ว เขาใช้อ่านเตือนใจกัน เมื่อพวกเขาชุมนุมนมัสการพระในพระวิหาร ถือเป็นหนังสือพระคัมภีร์
|
| 32 |
ในยุคหลังๆ ชาวอิสราแอลยังก่อกำเนิดพระคัมภีร์ในรูปแบบสุดท้ายเรียกว่า "หนังสือปรีชาญาณ" ซึ่งเริ่มพูดถึงชีวิตหน้าเป็นครั้งแรก หนังสือประเภทนี้เกิดขึ้นใกล้สมัยพระเยซูมาบังเกิดตามสัญญา
|
| 33 |
หนังสือปรีชาญาณ ได้แก่ ปัญญาจารย์ เพลงซาโลมอน ดาเนียล เป็นต้น
|
|
|
|
|
|