Eva Drama Translation ภาคภาษาไทย โดย นายKuro

เป็นบทแปลของ Drama Track จากแผ่น Evangelion Addition ครับ

*บทแปลนี้นาย Kuro ได้ post ไว้ใน blogของเค้าเเองครับ แต่เค้าก็กรุณาให้เอามาpostในweb evaberserkได้ด้วย ต้องขอขอบพระคุณมากเลยครับ
http://kuro.exteen.com

ช่วงที่หนึ่ง (0:0-3:30)

อาสึกะ : เ~~~ห ทีมงานต้องการให้เราทำตอนต่อ เพราะว่าความนิยมล้นหลามงั้นเหรอ !? (คนแปล : นี่เป็นเรื่องสมมุติล้วนๆ)
มิซาโตะ : ใช่แล้ว
อาสึกะ : ไม่เห็นมีใครเคยบอกชั้นเรื่องนี้เลยนี่
ริตสึโกะ : ก็กำลังบอกอยู่นี่ไงล่ะ
โทจิ : งั้นที่เรียกพวกเรามาอยู่กันพร้อมหน้าเป็นครั้งแรก ก็เพื่อจะบอกข่าวนี้ให้กับพวกเรารู้สินะ
เคนสุเกะ : ผมอุตส่าห์ดีใจที่ได้พักยาวหลังจากจบเรื่องนะเนี่ย
ฟุยุสึกิ : มันน่าเสียใจอยู่นะ แต่วันพักผ่อนได้จบลงแล้ว
เกนโด : อา...ตอนนี้พวกเขาได้กำหนดวันฉายตอนใหม่เรียบร้อยแล้วด้วยซ้ำ
มายะ : พวกเขาเตรียมการกันถึงขนาดนั้นแล้วหรือคะ ?
มาโคโตะ : มาคิดดูแล้วถ้าเทียบกับตอนที่กว่าพวกเค้าจะให้เราเริ่มเรื่องได้ก็น้า....
คาจิ : โลกที่เรื่องเงินเป็นเรื่องใหญ่มันก็แบบนี้แหละ
อาสึกะ : แต่ว่า...ทำไมเราต้องตัดสินใจทำบางอย่างเพื่อให้ได้กำไรมากขึ้นล่ะ !?
มิซาโตะ : มันเป็นเรื่องปกติเพราะธุรกิจน่ะที่ทำให้เรามีชื่อเสียง และ มันทำให้เรายังมีกินจนถึงตอนนี้
เรย์ : สมัยก่อนเคยมีคนพูดว่า "การงานกับชื่อเสียง ไม่ได้คงอยู่ไปตลอดกาล"
ริทสึโกะ : ดังนั้นเราจะต้องพยายามให้ดีที่สุดในสถานการณ์ที่แย่ที่สุด
มิซาโตะ : บนโลกใบนี้ไม่มีอะไรที่แน่นอน เธอน่าจะดีใจนะที่เรายังมีงานเข้ามาให้ทำแบบนี้
อาสึกะ : อา จริงสินะ อย่างน้อยมันก็ดีกว่านอนอยู่เฉยๆที่โรงพยาบาลล่ะ รับทราบ เอาล่ะ มาลุยกันเลย
เรย์ : สถานการณ์ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้างคะ
มิซาโตะ : จริงๆแล้วเรามีเวลาไม่มากนัก
ริตสึโกะ : สำหรับบทนั้นมีกำหนดส่งภายในวันนี้ ส่วนการอัดเสียงต้องเสร็จเรียบร้อยภายในคืนนี้

ทุกคน : (ทำเสียงตกใจสุดชีวิต)

มิซาโตะ : เพราะแบบนั้นเราถึงต้องการให้ทุกคนมาช่วยกันออกไอเดียและทำให้เสร็จภายในเย็นนี้ไงล่ะ
อาสึกะ : มันจะเป็นไปได้ยังไงเล่า
มิซาโตะ : เราไม่มีทางเลือกแล้วละนะเพราะว่าคุณโอสึกิจาก คิงก์ เรคคอร์ดเขาต้องการแบบนั้น(แล้วชั้นก็ดันรับปากไปแล้วด้วย...) คิดซะว่ามันเป็นชะตาของรายการยอดนิยมละกันนะ
ริตสึโกะ : มันไม่มีประโยชน์ที่จะไปบ่นอะไรกับเรื่องที่ถูกกำหนดไว้ตายตัวอีกแล้วล่ะ สิ่งที่เราควรจะทำตอนนี้คือต้องมองภาพรวมและยอมรับกับสภาวการณ์แบบนี้
อาสึกะ : เอ๋...แต่ว่า
มิซาโตะ : ไม่มีแต่หรอก แล้วเธอคิดจะทำอะไร จะสไตร์คงานเหรอ ? ยังไงก็หนีเรื่องนี้ไม่ได้หรอกนะ
ริตสึโกะ : ใช่แล้ว ทางที่ดีที่สุดสำหรับตอนนี้คือช่วยกันออกความเห็นแล้วหาทางออกจากวิกฤติแบบนี้มากกว่า
มายะ : ถ้าทุกคนร่วมมือกันทุกอย่างต้องแก้ไขได้แน่ค่ะ
อาสึกะ : (รำพันเบาๆ) โอ้ย ขอทีเถอะ
โทจิ : งานนี้ออกจะหมูๆน่า
มายะ : โอ้โห...ทำไมเด็กสมัยนี้พูดถากถางกันเก่งจัง
เคนสุเกะ : ผมคิดว่าตอนนี้เราควรจะมาวิเคราะห์ถึงแก้นแท้ของปัญหา และแล้วค่อยๆวิเคราะห์พิจรณาหาหนทางแก้ปัญหานั้นๆนะครับ
มายะ : สุดยอดเลย...เด็กสมัยนี้พูดจาเป็นเหตุเป็นผลขนาดนี้เชียว
เคนสุเกะ : อย่างไรก็ตามผมคิดว่าถ้าพวกเราต้องการจะกู้เรตติ้งและทำให้ความนิยมของพวกเราเพิ่มมากขึ้น ขั้นแรกเราคงต้องคิดที่จะนำเอา "คนที่คุณก็รู้ว่าใคร" กลับมาแสดงนะครับ
มิซาโตะ : โอ๊ย ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นเลยจ้ะ ชั้นเรียกเค้ามาแล้วล่ะ

(เสียงฝีเท้าของ "คนที่คุณก็รู้ว่าใคร" เดินเข้ามา)

คนทีคุณก็รู้ว่าใคร : นางิสะ คาโอรุครับ ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้ง
อาสึกะ : ไงยะ พ่อโฮโม
คาโอรุ : ผมหวังว่าคุณไม่ควรใส่ความคนอื่นโดยขาดหลักฐานที่น่าเชื่อถือนะครับ อ๊ะ ขอโทษที จริงๆแล้วผมคิดว่าสิ่งที่คุณขาดไปก็คือ สมองกับสตินะครับ
อาสึกะ : หนอย...เงียบๆไปเลยนะนายน่ะ
โทจิ : เธอยัวะแบบนั้นเพราะว่าหมอนั่นมันไม่ได้ปฏิเสธใช่มั้ยล่ะ
อาสึกะ : นายว่าอะไรนะ....ไอ้คนที่ไม่มีสมองมันนายไม่ใช่เรอะไง!?
โทจิ : แล้วเธอน่ะ ไม่ได้รู้ตัวรึไงว่าหน้าอกของเธอมันไม่ตู้มซักนิด
คาโอรุ : น่าเสียดายนะครับที่ความหัวดื้อของเธอ มันมีมากกว่าสิ่งที่บ่งบอกถึงความเป็นสตรีเพศของเธอซะอีก
อาสึกะ : ห๊า....พวกนายมันก็แค่พวกเด็กขาดอบอุ่นเท่านั้นไม่ใช่เรอะไงย้าาา

(เสียงในฉากหลังเป็นกลุ่มนี้กำลังกัดกัน)

เคนสุเกะ : พวกนายเนี่ยขาดความรับผิดชอบของการทำงานเป็นทีมจริงๆ
มายะ : พวกเราเองก็ไม่มีทั้งเวลาและทุนทรัพย์มากนะคะ
มิซาโตะ : (ถอนหายใจแบบหงุดหงิด) แล้วระหว่างที่พวกนั้นกำลังกัดกันในเรื่องไร้สาระเวลามันก็กระชั้นเข้ามาทุกทีแล้วนะ
มาโคโตะ : นี่สินะครับที่เค้าเรียกกันว่า "daipinchi" (ความกดดันอย่างหนัก)
ชิเงรุ : แต่ว่าการที่จะเริ่มต้นเรื่องใหม่ทั้งที่เพิ่งจะบอกพวกเราแป๊ปเดียวเนี่ย ผมคิดว่ามันเป้นไปไม่ได้เลยนะครับ
มิซาโตะ : ใช่แล้ว !! ดังนั้นฉันถึงคิดว่าจะเปลี่ยนแนวทางของเรื่องใหม่ทั้งหมดไงล่ะ
ริตสึโกะ : มีการสรุปมาแล้วว่าเนื้อเรื่องของตอนใหม่นี่จะไม่ยึดติดกับบทของคนเขียนบทเท่านั้น
โทจิ : งั้นนั้นก็คือเหตุผลที่เรียกพวกเรามาสินะ
มิซาโตะ : ใช่ ที่ชั้นต้องการก็คือแนวคิดใหม่ๆจากพวกเราทุกๆคน
มาโคโตะ : ถ้าแบบนั้นต้องนำเสนอสิ่งใหม่ๆเพื่อให้เตะตาคนดูแล้วล่ะครับ
ฟุยุสึกิ : อืมม์ งั้นก็ต้องใช้เสน่ห์ทางเพศดึงดูดสินะ
เกนโด : อา...ตกลงกำหนดให้เป็นเป้าหมายหลักเลย

 

ช่วงที่ 2 (3:30-5:27)

มิซาโตะ : เพราะอย่างนี้ ชั้นจะให้เธอสองคนออกเดบิวอีกครั้งด้วยการเป็น Plug-Gal นะจ้ะ
อาสึกะ : Plug-Gal งั้นเหรอ !?
ริทสึโกะ : นี่เป็นชุดปลั๊กสูทแบบใหม่ของพวกเธอนะ
อาสึกะ : อะไรกันเนี่ยยยย !? ใส่ทีนี่เห็นกางเกงในเลยนะเนี่ย
มายะ : สูทพวกนี้ฟิตมากเลยนะคะ
ริทสึโกะ : อ๋อ เธอหมายถึงตรงเป้านั่นน่ะเหรอ นั่นน่ะจะทำให้คนดูสนใจเรามากขึ้นไงล่ะ
มิซาโตะ : อ~าวน่า พวกเธอยังเด็กอยู่เลย
(เสียงปลั๊กสูทหดตัว)
อาสึกะ : ยังไม่จบนะ พอใส่แล้วรู้กันหมดเลยว่าหน้าอกหน้าใจชั้นมีอะไรมั่งไม่ใช่เหรอเนี่ย
ริทสึโกะ : อา ตรงหัวนมเหรอ นั่นน่ะจะยิ่งทำให้คนดูสนใจเรามากขึ้นไงล่ะ
มิซาโตะ : อ~าวน่~า พวกเธอยังเอ๊าะๆอยู่ละน่า
อาสึกะ : มันไม่เกี่ยวกับอายุหรอกนะ มันออกจะมากเกินไปหน่อยนะสำหรับชุดแบบนี้
มิซาโตะ : เรย์เค้ายังไม่ว่าอะไรเลยนี่
อาสึกะ : โธ่ว้อย...นี่เฟิรส์ทเธอก็พูดอะไรมั่งสิ เธอน่ะเป็นเจ้าหญิงอันแสนเรียบร้อยไม่ใช่รึไง
เรย์ : ช่างเถอะ ก็มันเป็นงานนี่
อาสึกะ : เฮอะ เธอนี่ไม่เปลี่ยนเลยนะ ไม่ค่อยมีความรู้สึกอับอายแบบผู้หญิงปกติเลยนะ
เรย์ : ไม่หรอก ก็ชั้นไม่มีอะไรเหลือแล้วนี่
อาสึกะ : พูดอะไรอย่างนั้นล่ะ ดูสภาพตัวเธอเองก่อนเถอะ ยิ่งถ้าปรับชุดไปอีกนิด มันจะเห็น"ตรงนั้น" เลยนะ ดูสิ (ทำอะไรสักอย่างกับสูท)

(เสียงปฏิกริยาจากกลุ่มผู้ชาย)

คาโอรุ : เป็นอะไรไปเหรอชินจิคุง เลือดกำเดาไหลออกมาแล้วนะ

(เสียงหยดเลือดหยดลงพื้น)

โทจิ : เอาน่า ของแบบนี้ไม่ได้เห็นกันทุกวันนา
เคนสุเกะ : ว่าเค้าไม่ได้หรอกน่า
อาสึกะ : ยิ่งไปกว่านั้นนะ ถ้าทำแบบนี้ละก็...ดูซะ !?

(เสียงสูทรัดตัวมากขึ้น กับเสียงปฏิกิริยาจากฝ่ายชายที่รุนแรงขึ้น)

รึทสึโกะ : อ๊ะ...ผบ. อิคาริ
ฟุยุสึกิ : เป็นอะไรไปน่ะอิคาริ เลือดกำเดาออกแล้วน่ะ

(เสียงหยดเลือดหยดลงพื้น)

เกนโด : ไม่..ไม่มีอะไรทั้งนั้น
มิซาโตะ : แต่...หง่า....ถ้าเป็นแบบนี้ออกจะเกินขอบเขตของจรรยาบรรณไปหน่อยล่ะมั้ง
อาสึกะ : ก็ว่างั้นล่ะ แล้วนี่นะรับรองว่าโดนทำภาพเบลอตอนฉายทีวีแหงๆ
เรย์ : ฉันไม่ว่าอะไรหรอก ก็มันเป็นงานนี่
อาสึกะ : แน่ล่ะเด็กที่เชื่อฟังคำสั่งอย่างเธอยอมทำตามคำสั่งทุกอย่างอยู่แล้วล่ะ

 

ช่วงที่ 3 (5:27-7:08)

มิซาโตะ : เข้าใจล่ะ เราจะข้ามเรื่องเสน่ห์ทางเพศไปปัญหาอื่นก่อนละกัน
อาสึกะ : อาจารย์ค้า หนูรู้ว่าปัญหามาจากไหนค่า
มิซาโตะ : ว่ามาสิ อาสึกะ
อาสึกะ : ปัญหาหลักของรายการเราอยู่ทีตัวเอกค่ะ ตัวเอกน่ะ
ริทสึโกะ : อิคาริ ชินจิคุงน่ะเหรอ ?
อาสึกะ : ใช่เลย มันผิดตั้งแต่เอาเจ้าลูกแหง่นี่มาเป็นตัวเอกแล้ว คิดดูสิตั้งแต่เริ่มงานกันมานี่หมอนั่นยังไม่พูดอะไรเลย แบบนี้น่ะเหรอคนที่เป็นตัวเอกน่ะ
ชินจิ : อะ...ขอโทษ
อาสึกะ : จะบ้าหรือเปล่ายะ เนี่ยนะคำพูดแรกที่หลุดออกมาจากปากของนาย!? ดูเหมือนว่าจะไม่มีทางแก้สันดานนี้ของนายได้สินะ ไอ้นิสัยที่คิดว่าปัญหาจะจบลงเมื่อนายขอโทษน่ะ
มิซาโตะ : อืมม์
ริทสึโกะ : มีเหตุผลนะ
ฟุยุสึกิ : อืมม์ งั้นเราก็เปลี่ยนตัวเอกกันเลย
เกนโด : อา..ชั้นไม่มีปัญหาอะไรกับเรื่องนี้หรอก
ชินจะ : เดี๋ยวสิครับ
อาสึกะ : ถัดจากเจ้าบ้าชินจิก็เป็นยัยนั่นละนะ
ริทสึโกะ อายานามิ เรย์ น่ะเหรอ ?
อาสึกะ : ใช่ ในกลุ่มตัวเอกน่ะมียัยตุ๊กตานี่คนเดียวที่ทำตัวซึมกระทือ เราควรจะทำอะไรสักอย่างกับหล่อนนะ
ฟุยุสึกิ : อา แต่ว่าเธอเป็นที่หนึ่งทุกครั้งในการสำรวจความนิยมนะ
เกนโด : อา..ชั้นไม่มีปัญหาอะไรกับเรย์หรอก
อาสึกะ : หนูก็ไม่รู้ทำไมถึงเป็นแบบนั้นล่ะนะคะ เธอมีบทให้เล่นก็น้อย แถมยังพูดไม่กี่คำอีก งานของเธอก็ง่ายไม่มีอะไรมาแค่ยืนอยู่ขอบจอแล้วก็รอรับคะแนนโหวต อย่างเธอนั่นน่ะไม่ได้ต่างอะไรไปกับหุ่นกระบอกหรอกนะ ส่วนบทพูดเธอก็พูดแค่ (เลียนแบบเสียงเรย์) "ค่ะ เข้าใจแล้วค่ะ" หรือไม่ก็ "แบบนั้นก็ดีนะ" ไม่งั้นก็ "ลาก่อน" วันๆเธอก็พูดมันได้แค่นี้แหละ
ชินจะ : อาสึกะ นั่นมันก็เหมือนที่เธอพูดอยู่ทุกวันนี่
อาสึกะ : หุบปากไปเลยเจ้าบ้าชินจิ
ริทสึโกะ : แต่คราวนี้เธอก็ยังพูดมีเหตุผลนะคะ
มิซาโตะ : หืมม์...ถ้าดาวเด่นของเราพูดอะไรมากขึ้นมันอาจจะทำให้รายการมีความนิยมเพิ่มมากขึ้นด้วยนะ
ฟุยุสึกิ : อืมม์...มันน่าลองเลยทีเดียว
เกนโด : อา...
ริทสึโกะ : แต่..ในสถานการณ์แบบนี้เราคงเปลี่ยนแปลงอะไรมากไม่ได้นะ มันเสี่ยงเกินไป
มิซาโตะ : งั้นก็เพื่อเป็นการกันไว้ก่อน เราก็ควรเปลี่ยนเรื่องเป็นอะไรที่ทุกคนรับได้ ทำเป็นเรื่องรักวุ่นในวัยเรียนไงล่ะ

 

ช่วงที่ 4 (7:08-8:12)

(เสียงระฆังเลิกเรียน)
อาสึกะ : (ทำเสียงแบบนักเลง) เธอน่ะ นักเรียนใหม่ที่ชื่อ อายานามิ เรย์ สินะ
เรย์ : ใช่และรู้สึกว่าฉันจะเป็นคนที่สาม
อาสึกะ : กล้าไม่เลวนะเธอน่ะเดินผ่านท่านอาสึกะหัวหน้าของโรงเรียนแบบนี้ แถมยังมาต่อปากต่อคำอีก
เรย์ : ขอโทษด้วย ฉันไม่รู้
อาสึกะ : แบบนี้คงต้องลงโทษเธอซะหน่อยแล้วมั้งเนี่ย
เรย์ : ก็แล้วแต่นะ
อาสึกะ : เธอพูดได้สั้นๆแค่นี้เองเหรอ มันชวนหงุดหงิดนะเนี่ย
เรย์ : จะให้ชั้นพูดยาวๆเหรอ ?
อาสึกะ : ถ้าคิดว่าทำได้ก็ทำเล้ย
เรย์ : (สูดหายใจเฮือกใหญ่) ฉันฟังเธอบ่นมาตลอดโดยไม่เคยเพิ่มความยาวสาวความยืดหรือถือสาเอาความอะไรกับเธอมาก่อนเลยนะ แล้วที่เธออยากจะให้ฉันพูดน่ะจะให้พูดอะไรเหรอ ที่เธอทำมาตลอดมันก็แค่ความอิจฉาที่เธอได้คะแนนสำรวจความนิยมเพียงแต่ครึ่งหนึ่งของฉันมาตลอดงั้นเหรอ ถ้าเธอคิดได้แค่นี้ล่ะก็จะอะไรเธอก็ไม่มีทางทำได้หรอก

(มายะพูดตัดบทขึ้นมา)

มายะ : คือว่า...แบบนี้มันไม่ใช่แนวรักวุ่นในวัยเรียนหรอกนะคะ มันออกจะเป็นแนวนักเรียนนักเลงมากกว่าอีก

(เรย์พูดอยู่ในฉากหลัง)

เรย์ : จะบอกให้รู้นะแค่หน้าตาสวยๆน่ะไม่ทำให้เธอดังได้นานนักหรอก...ชั้นจะสอนให้ร่างกายของเธอจำมันไว้ไม่ลืมเลยล่ะ (บรรเลงเพลงตบใส่อาสึกะ) นี่แน่ะ นี่แน่ะ นี่แน่ะ นี่แน่ะ นี่แน่ะ นี่แน่ะ นี่แน่ะ ....
อาสึกะ : โอ๊ย โอ๊ย โอ๊ย

มิซาโตะ : ไม่ต้องบอกฉันก็พอเห็นภาพอยู่หรอก
ริทสึโกะ : ปัญหาไม่ใช่ตรงนั้นหรอกนะ
ฟุยุสึกิ : แย่นะแบบนี้
เกนโด : อา...คงไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนบทหรอกนะ แบบนี้น่ะมันไม่ใช่เรย์ของชั้น
เรย์ : นี่แน่ะ นี่แน่ะ นี่แน่ะ.... เอาแต่พูด "anta-baka" "anta-baka"(เจ้าบ้า) เธอนั่นแหละที่บ้า....เฮ้อ รู้สึกดีจังเลย

 

ช่วงที่ 5 (8:12-9:29)


มิซาโตะ : ถ้าแบบนั้นเราก็จะปล่อยให้เรย์เป็นตัวของเธอเองแบบนั้นละกันนะ
ริตสึโกะ : แต่ตอนนี้พวกเราอยู่ในสถานการณ์วิกฤติมากแล้วนะ ไม่มีไอเดียอะไรใหม่ๆแหวกแนวอะไรเลยหรือเนี่ย
อาสึกะ : ค่า ค่า ค่า หนูมีไอเดียที่ดีสุดยอดเลยค่า
มิซาโตะ : อะไรล่ะ อาสึกะ
อาสึกะ : เซนไต (ขบวนการห้าสี)ไงละคะ
ทุกคน : เซนไตงั้นเหรอ
อาสึกะ : ใช่แล้ว เซนไตน่ะมีมายาวนานกว่า 40 ปีแล้วนะ แล้วเอฟเฟคต่างๆก็ถูกสั่งสมมาใน่ช่วงเวลาที่ผ่านมานั้น มันทำให้ออกมาสุดยอดอลังการ! เพราะงั้นเซนไตนี่แหละที่เหมาะที่สุดที่เราจะเอามาทำ!!
ชินจิ : อือ แต่ว่าเดี๋ยวนี้มีแต่เด็กๆกับพวกโอทาคุที่ดูเซนไตกันนี่
อาสึกะ : นายนี่บ้าหรือเปล่าน่ะ! นั่นแหละคือที่ประเด็นหลัก เพราะเราจะได้คนดูเพิ่มขึ้นจากกลุ่มเด็กๆและโอทาคุด้วย เหมือนที่มีคนเคยเขียนไว้ว่า ยิงกระสุนนัดเดียวได้นกสองตัว ไงล่ะ เรตติ้งของเราก็จะได้เพิ่มเป็นสองเท่าด้วย
มิซาโตะ : ว่ายังไงนะ
ริทสึกะ : เธอก็ยังพูดมีเหตุผลนะ
อาสึกะ : โชคดีที่เรามีไพลอทอยู่ห้าคน เพราะงั้นทุกอย่างก็พร้อมแล้วละเนอะ
ชินจิ : เอ่อ...แล้วใครจะเป็นตัวเอกเหรอ
อาสึกะ : แหงล่ะ หัวหน้ามันต้องเป็นคนที่ใส่ชุดแดงสีแห่งความยุติธรรม!
คาโอรุ : เป็นผมไม่ได้เหรอ
อาสึกะ : พูดอะไรของนายน่ะ ไม่รู้เหรอว่าคนที่ใส่ชุดแดงต้องเป็นหัวหน้าเสมอมันเป็นกฏนะ
โทจิ : นี่ ที่เธอเสนอไอเดียนี้มาก็เพื่อให้เธอเด่นงั้นสินะ
อาสึกะ : โอ๊ย นายนี่เรื่องมากไม่สมเป็นลูกผู้ชายเลย เอาเถอะเวลาไม่รอท่าแล้ว ลุยกันต่อเลย

 

ช่วงที่ 6 (9:29 - 11:40)

(คำอธิบายจากผู้แปล : ช่วงนี้เป็นมุขที่เกี่ยวกับขบวนการเซนไต หรือขบวนการห้าสี โดยปกติแล้วขบวนการแบบนี้มักจะมีคนห้าคน ใส่ชุดสีต่างกันแล้วเข้าต่อสู้กับเหล่าร้าย ตัวอย่างเช่น พาวเวอร์เรนเจอร์ , มาจิเรนเจอร์ , จูเรนเจอร์ , เทอร์โบเรนเจอร์ เป็นต้น)

อาสึกะ (ตะโกนอย่างขึงขัง) เรย์ ชินจิ โทจิ และ คาโอรุ (ทำเสียงซึมกระทือ) : ชินเซนไต เอวานเกเลี่ยน !!! (จากปกติที่เรื่องชื่อ ชินเซย์กิ เอวานเกเลี่ยน)

(เสียงระเบิดตามธรรมเนียมหนังเซนไต และมีเสียงสาวกบุก)

มิซาโตะ : สาวกตัวใหม่บุกเข้ามาแล้ว พวกเราเตรียมพร้อมได้
อาสึกะ : โรเจอร์ (รับทราบ)! ดีล่ะทุกคนลุยกันเลย!
เรย์,ชินจิ,โทจิ และ คาโอรุ (ทำเสียงซึมๆ) : โรเจอร์.

(เสียงสาวกร้องอาละวาด)

อาสึกะ : หยุดนะ !! ชุดของเธอเป็นสีแดงแห่งความยุติธรรม ตัวแทนของความพยายามและความอดทน Second Red!! ฝากตัวด้วยนะคะ

อาสึกะ : ชุดสีขาวโพลนที่ไม่ได้ต่างไปกับสิ่งที่เธอคิดในหัว นิ่งเฉยและเงียบงัน First White

เรย์ : ช่างเถอะ ก็มันเป็นงานนี่

อาสึกะ : ชุดของเขาเป็นสีน้ำเงินแห่งความหดหู่ ไอ้บ้าพันธ์แท้ และเด็กต่อต้านสังคม Third Blue

ชินจิ : เราจะหนีไม่ได้

อาสึกะ : ชุดสีเขียวที่แสดงความเป็นบ้านนอกพอๆกับสำเนียงคันไซของเขา ไอ้เลือดร้อนจอมตะกละ Fourth Green

โทจิ : ให้ชั้นนั่งได้ยัง ?

อาสึกะ : ชุดของเขาเป็นสีดำแห่งความก้าวร้าวที่ซุกซ่อนอยู่ภายใน ไอ้คนหลงตัวเองถึงกึ๋น Fifth Black

คาโอรุ : เพลงนี่ดีนะ

อาสึกะ : ฝ่าฟันผ่านยุคสมัยที่วุ่นวายนี้ พวกเราคือ ชินเซนไต...

อาสึกะ (ตะโกนอย่างขึงขัง) เรย์ ชินจิ โทจิ และ คาโอรุ (ทำเสียงซึมกระทือ) : ...เอวานเกเลี่ยน !!

อาสึกะ : ฮ่าห์! พร็อกเบลด ! (เสียงมีดเสียบเข้าตัวสาวก และสาวกก็กรีดร้อง) พาเล็ท บลาสเตอร์ (เสียงระเบิดตามมา)

มิซาโตะ (น้ำเสียงหมดอาลัยตายอยาก) : โฮะ โฮะ โฮะ อาสึกะยึดรายการไปซะแล้ว
ริทสึโกะ : ผลสำรวจเป็นไงบ้าง
มาโคโตะ : ไม่ดีเลยครับ เรตติ้งไม่ขยับสักนิดเลยครับ.
มายะ : ไม่มีแม้กระทั่งคนโทรศัพท์มาต่อว่าเลยค่ะ
ชิเงรุ : แฟกซ์ก็เงียบกริบครับ
มิซาโตะ : พูดได้อีกอย่างก็คือ...ไม่มีใครดูสินะ
ฟุยุสึกิ : เราต้องทำอย่างอื่นแล้วล่ะ
เกนโด : อา...

 

ช่วงที่ 7 (11:40-13:24)

มิซาโตะ : สงสัยสมัยนี้คนเค้าคงไม่ค่อยดูเซนไตกันเท่าไหรละนะ
ริตสึโกะ : พวกเราได้รับบทเรียนแล้วว่าการที่เรามาพยายามเพิ่มเติมอะไรบางอย่างใหม่ๆเข้าไป โดยที่เนื้อหาหลักไม่มีการเปลี่ยนไปเลยเป็นการเลือกเดินไปในทางที่ผิดล่ะ
อาสึกะ (บ่นพึมพำ) : อื๋อ ยังไงมันก็ยังมีคนดูไม่ใช่เหรอ ไม่เห็นจะทำไม่ถูกตรงไหนเลย
มิซาโตะ : นั่นก็แปลว่าการพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงของเราล้มเหลวไปอย่างหนึ่งแล้ว แต่ถ้าเราไม่คิดจะปรับปรุงอะไรเลยรายการเราจบเห่แน่
ชินจิ : เอ่อ..เราลองหาไอเดียจากความคิดเห็นที่ผู้ชมทางบ้านส่งเข้ามาดีมั้ยครับ
คาโอรุ : Good idea. เยี่ยมมากเลยนะชินจิคุง
มายะ : ถ้าเป็นแบบนั้นละก็เราก็จะผลิตงานที่เข้ากับความต้องการของผู้ชมได้ด้วยนะคะ
อาสึกะ : แต่ถ้ามัวแต่ใส่ใจความเห็นคนดู เราก็คงไม่ได้ทำอะไรออกมาเป็นชิ้นเป็นอันแน่
มิซาโตะ : ไม่มีทางเลือกแล้วล่ะ ในตอนนี้เราไม่มีไอเดียอื่นที่พอจะเอามาใช้ได้ด้วย
ริตซึโกะ (กำลังค้นกองจดหมาย) : มิซาโตะ ลองดูนี่เป็นไง
มิซาโตะ : หือ ไหนๆขอดูหน่อยสิ (อ่านจดหมาย) "อีวาเป็นหุ่นยักษ์แท้ๆ แต่ทำไมมันถึงแปลงร่างหรือรวมร่างไม่ได้ล่ะครับ แปลกจังเลยนะครับ"
อาสึกะ (ตบมือ) : จริงๆด้วย
ชิเงรุ : เขาเขียนมาได้...
มายะ : ...มีเหตุผลนะคะ
มาโคโตะ : แต่ว่าเราจะทำให้หุ่นแปลงร่างในทันทียังไงละครับ
อาสึกะ : ใช่แล้ว ขั้นแรกเราก็ต้องโละหุ่นเก่าออกไปซะก่อน
มาโคโตะ : แบบนั้นเราก็สามารถแทรกโฆษณาระหว่างแนะนำหุ่นใหม่ในช่วงจบตอนได้ด้วย
ริตสึโกะ : เข้าใจล่ะ ใช้วิธีมาตรฐานของการดึงเรทติ้งการตูนจำพวกหุ่นยนต์ โดยให้เปลี่ยนหุ่นเดินเรื่อง หรือที่เรียกกันว่า Power-Up นี่เอง
มิซาโตะ : แต่ว่าเราก็เคยเปลี่ยนแบบของ Eva-00 ไปทีนึงแล้วไม่ใช่เหรอ
อาสึกะ : ช่างมันเถอะน่า ! ที่เคยเปลี่ยนมันก็แค่สีใหม่เฉยๆนี่ ! คราวนี้มันเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่กว่ามากนะ !!
ชินจิ : เอวาในตอนนี้ไม่ดีตรงไหนน่ะ
อาสึกะ : นายนี่มันทึ่มบรมทึ่มจริงๆเลย เดี๋ยวนี้หุ่นยักษ์ที่ไหนมันยังเฉิ่มเบ๊อะแล้วก็บินไม่ได้เหมือนอย่างเอวาอีกล่ะ
ริทสึกะ : แถมยังมีอาวุธน้อยชิ้นจนทำเซ็ตอาวุธออกมาแยกขายต่างหากจากตัวโมเดลไม่ได้อีกด้วย
ฟุยุสึกิ : ถ้าอย่างนั้น...เราจะทำให้เอวาแปลงร่างและรวมร่าง แล้วก็เพิ่มช่วงแนะนำหุ่นใหม่เข้าไป
เกนโด : อา..ชั้นไม่มีปัญหาอะไรกับเรื่องนี้หรอก

 

ช่วงที่ 8 (13:24-15:30)

มิซาโตะ : เอวาทั้งสามตัวพร้อมหรือยังน่ะ ตอนนี้ได้เวลาที่จะทดสอบระบบ รวมร่างและแปลงร่าง ของหุ่นใหม่แล้ว...ฝากด้วยนะทั้งสามคน
อาสึกะ : ไว้ใจพวกเราได้เลยค่ะ ! เอาเลย ชินจิ
ชินจิ : อะ...อืมม์ แปลงร่าง เอวา...เจ็ท (มีเสียงเอฟเฟคท์หุ่นแปลงร่างแล้วตามด้วยเสียงเครื่องบินออกตัว)
มายะ : ยอดไปเลย เอวาหมายเลขหนึ่งเปลี่ยนร่างจากรถยนต์ซีดานที่เป็นสินค้าส่งออกอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น จนกลายเป็นเครื่องบินจัมโบ้เจ็ตแล้วค่ะ
อาสึกะ : เช~~~~~นนนนนนนจ์! เอว~~~~~~าาาาาเทร~~~~นนนนนนน สวิท~~~ช์ ออ~น !!! (มีเสียงแปลงร่างอีกครั้ง และตามด้วยเสียงออกตัวของรถไฟชินคันเซน)
ชิเงรุ : โอ้ เอาวาหมายเลขสองเปลี่ยนร่างจากสัญลักษณ์แห่งวิศวกรรมสมัยใหม่หอคอยโตเกียว ให้กลายเป็นรถไฟชินคันเซนแล้วครับ
เรย์ : เชนจ์,เอวาชิพ (เสียงแปลงร่างอีกรอบ)
มาโคโตะ : ใช่แล้วครับ เอวาหมายเลขศูนย์เปลี่ยนร่างจากผลิตผลของนวัตกรรมด้านสมุทรศาตร์ เรือขนส่งน้ำมันอิเดมิทสึมารุ ให้กลายเป็นเรือรบขนาดใหญ่ไปแล้ว
อาสึกะ : เอาล่ะทุกคนเตรียมตัวรวมร่าง !!
เรย์ , ชินจิ : โรเจอร์
อาสึกะ,เรย์,ชินจิ : รวมร่างสามประสาน (Caramelman#21 TM) !! Evangelion II (Dai-Ni Evangelion)!!!
ชิเงรุ : คุณพระช่วย ทั้งสามรวมร่างเป็นหุ่นยักษ์ที่รูปร่างถอดแบบมาจากนักซูโม่ อาเคโบโนะ เลยทีเดียวเชียว
อาสึกะ : ยิ่งไปกว่านั้นนะ ด้วยลักษณะและวิธีการของการรวมร่าง ทำให้มันสามารถเป็นจุดนัดเดทยอดนิยมได้พอๆกับเรนโบว์บริดจ์หรือหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่มหัศจรยย์ที่สุดในโลก เขื่อนคูเรี่ยน(Kurion Dam) หรือจะเทียบเคียงกับอุโมงค์เซย์คันที่มีความยาวกว่า 53.85 กิโลเมตรก็ได้นะ
มิซาโตะ : ราวกับวิหคเพลิงที่คืนชีพจากเถ้าถ่าน เอวาได้เกิดใหม่ในฐานะตำนานที่มีชีวิตของวงการของเล่นทั่วโลกแล้ว!
อาสึกะ : Evangelion II, GO!! ดาบยักษ์จู่โจม

(เสียงเทวฑูตระเบิด)

ริตสึโกะ : เป็นยังไงบ้าง
มายะ : เรตติ้งไม่ดีขึ้นเลยค่ะ
ริตสึโกะ : คราวนี้จะอะไรอีกล่ะเนี่ย

ช่วงที่ 9 (15:30-16:17)


มิซาโตะ : คราวนี้เปลี่ยนประเด็นมาที่ศัตรูละกัน
อาสึกะ : ใช่เลย จริงๆเราไม่เคยรู้เลยว่าเราสู้กับอะไรกันแน่ทั้งๆที่เราฆ่าสาวกตัวสุดท้ายไปในตอนที่ 24 แล้วน่ะ
คาโอรุ : นี่เธอกำลังหมายถึงผมสินะ
อาสึกะ : อ๋า..นี่นายยังอยู่อีกเหรอเนี่ย ทำไมนายไม่กลับไปเป็นตัวร้ายอีกซักทีล่ะ
คาโอรุ : ไม่ล่ะครับ แค่การที่ให้ผมทรยศเผ่าพันธ์ของผมเองแล้วกลับมาร่วมมือกับคนดี ร่วมมือกับพวกเธอ ภายใต้นามแห่งความรัก มันก็เป็นบทบาทที่น่าโศกเศร้าเช่นเดียวกันกับความงามที่น่าโศกเศร้าของผม
เรย์ : เงียบไปเถอะ
ริทสึโกะ : เราเหลือเวลาไม่มากนะ ต้องจัดการอะไรสักอย่างให้ได้แล้ว
มายะ : มีปัญนึงที่เป็นที่ข้องใจมานานแล้วนะคะ คือเราไม่เคยรู้ความเป็นมาของเหล่าสาวกอย่างชัดแจ้งเลย
ฟุยุสึกิ : อืมม์ ตัวตนของเหล่าสาวกนั้นลึกลับและไม่เคยมีใครพูดถึงนี่นะ
เกนโด : อา..ชั้นไม่มีปัญหาอะไรกับเรื่องนี้หรอก
มิซาโตะ : งั้นเราต้องแก้ปัญหานี้แล้วล่ะ
อาสึกะ : จริงด้วย ให้พวกมันแนะนำตัวไงล่ะ แนะนำตัวน่ะ

ช่วงที่ 10 (16:17-17:32)

(เสียงเพลงอึมครึมแบบหนัง Sci-Fi ยุคเก่า)

เสียงลึกลับ : ข้าเป็นผู้มาจากดาวอังคาร หนึ่งในชนเผ่า Black God มนุษย์หน้าโง่เอ๋ย ข้าจะฆ่าพวกเจ้าทั้งหมดด้วยเหล่า Space Angel ที่อยู่ภายใต้อำนาจของข้า

(เสียงระเบิดแบบหนัง Sci-Fi)

อาสึกะ : เห็นมั้ยล่า แค่นี้ตัวตน,เป้าหมาย และ กลุ่มของพวกมันก็ชัดแจ๋วแล้ว
มาโคโตะ : ชัดเจนราวกับกระจกเลยครับ
มิซาโตะ : แล้วแทนที่จะใช้คำว่า "กำจัด" อย่างที่เราเคยใช้กันมา ก็เปลี่ยนมาใช้เป็น "ฆ่าพวกเจ้าทั้งหมด" แทนด้วย
อาสึกะ : ที่เหลือก็แค่แนะนำลิ่วล้อชุดที่สองของเจ้าหมอนี่เท่านั้นเอง
ริทสึโกะ : เป็นพวกศัตรูที่เปลี่ยนสีจากเดิมก็พอ

เสียงลึกลับอีกเสียง : ข้าน่ะไม่อ่อนด้อยแบบ Black God หรอกเพราะข้าคือ Space Black God ผู้มามาจาก Great Black Hole ด้วย White Hole Express และข้าจะใช้ Death Space Angels ของข้าไปฆ่าพวกเจ้าทุกๆคน

(เสียงแบบหนัง Sci-Fi อีกรอบ)

อาสึกะ : แล้วเรื่องเข้าเราก็เริ่มจากนอกอวกาศอันไกลโพ้น
มาโคโตะ : ฉากหลังนี่ก็วาดได้ง่ายๆเลยนะครับ
อนิเมเตอร์สักคน : แล้วแทนที่จะต้องวาดหุ่นยากๆ พวกเราก็แค่วาดภาพนิ่งแล้วลากภาพจากมุมหนึ่งไปอีกมุมหนึ่ง ช่วยประหยัดงบกับแรงของเราไปโขเลย
มิซาโตะ : ไนซ์ , อาสึกะ!
ฟุยุสึกิ : อืมม์ สมบูรณ์แบบเลยนะ
เกนโด : อา...

ช่วงที่ 11 (17:33-จบ)

ริทสึโกะ : ฉันพยายามคิดสิ่งที่เราควรมีถ้าจะทำให้เรื่องมันยาวขึ้นอยู่นะ
มิซาโตะ : สัตว์ไงล่ะ อย่างสัตว์เลี้ยงเนี่ยเราสามารถนำมันมาเป็นมาสคอทของเรื่องได้นะ
ชินจิ : เอ่อ...งั้นให้เพนเพนพูดได้ดีมั้ยครับ
เรย์ : ไม่เลวนะ
ริทสึโกะ : ตกลง งั้นลองให้เพนเพนพูดดูละกัน

เพนเพน : พอดีเลย พวกนายเนี่ยกล้ามากที่ไม่ใส่ใจชั้นทั้งๆที่ชั้นก็นั่งอยู่ตรงนี้ ประชุมอยู่กับพวกนายมาตั้งนานแล้ว แล้วนี่เรื่องอะไรล่ะอยากให้เทความสนใจมาที่เพนกวินอย่างชั้นงั้นเรอะ จะบอกให้รู้ไว้เลยนะแค่ให้ชั้นโผล่สักฉากบนทีวีแล้วพวกนายก็จะได้พวกเด็กมัธยมเอ๊าะๆจากทั่วสารทิศเข้ามาเฝ้าดูชั้นแล้วก็บอกว่า "เขาน่ารักจัง" เอาล่ะ ชั้นจะสอนให้พวกนายได้รู้จักวิธีทำแผนการตลาดที่แท้จริงให้
ขั้นแรกก็....

มิซาโตะ : อะ..อาซึกะจับมันไว้
อาสึกะ : ดะ...เดี๋ยวสิ อยู่นิ่งๆไว้ก่อนนะไอ้.....

(เสียงเพนเพนกำลังดิ้น ตะโกน สูญเสียความสามารถในการพูด ก่อนที่จะเงียบลงไปในที่สุด หลังจากนั้นก็มีเสียงสัญญานฉุกเฉินของ NERV ดังขึ้นมา)

ฟุยุสึกิ : เราไม่เหลือเวลาแล้วนะ
มิซาโตะ : ต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว
มายะ : เราจะเพิ่มอะไรได้บ้างละคะ
มาโคโตะ : แอคชั่นสิมันต้องแอคชั่น เพิ่มฉากแอคชั่นกระชากคนดูอารมณ์ให้...
มิซาโตะ : ในฐานที่ชั้นเป็นผู้หญิง ขอเสนอว่าให้ทำละครแนวดราม่า นอกจากจะทันยุคทุกเมื่อแล้วยังไม่มีผู้ใหญ่คนไหนคิดจะปฏิเสธละครดราม่าได้ล่ะ !?
เรย์ : รู้สึก...สิ้นหวัง...
อาสึกะ : NERV โดนพังตั้งแต่ตอนแรกของภาคใหม่เป็นไงล่ะ
ชิเงรุ : โละตัวละครเก่าหมดแล้วแนะนำตัวละครใหม่ดีกว่า
ฟุยุสึกิ : อืมม์ ทำเป็นซี่รีส์ลึกลับ
มาโคโตะ :สร้างรายละเอียดเพิ่มเติมในจักรวาลชั้นใน !
อาสึกะ : Eva Brothers (แซวชื่อละครตลก)
โทจิ : ทำเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับจอมโจรในนานิวะมั้ย (นิทานพื้นบ้านแถบคันไซ ให้ตายก็ไม่มีทางที่จะเข้ากับเอวานเกเลี่ยน) ไม่ก็ทำเป็นการ์ตูนกีฬาที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและคราบน้ำตา มิตรภาพลูกชายนี่เจ๋งนะ
ริทสึโกะ : เธอชอบบรรยาศแบบคันไซไม่ใช่เหรออาสึกะ
อาสึกะ (ทำสำเนียงคันไซ) : อย่านับโกโบกับโอซาก้าไปรวมกับคันไซสิ
คาโอรุ : ที่ว่ามานี่ไม่มีอะไรสักอย่างที่งดงามเลยนะครับ
อาสึกะ : หุบปากไปเลย อีตาโฮโมนี่
ริทสึโกะ : เราควรเปลี่ยนไปจับประเด็นที่หญิงสาวที่เป็นเจ้าของออนเซ็นนะ
มายะ : ยังไงเราก็อยู่ในพื้นที่ที่มีบ่อออนเซ็นอยู่แล้วนี่นะคะ
อาสึกะ : แล้วเราก็ขายฉากอาบน้ำเยอะๆได้
เรย์ : รู้สึก...สิ้นหวัง...
ชิเงรุ : ทำเป็นเรื่องชีวิตอันรุ่งโรจน์สุดขีดและตกต่ำสุดกู่ของหมอผ่าตัดที่ทะเยอทะยานดีกว่า
มาโคโตะ : ไม่หรอกรายการเราน่ะต้องเพิ่มพลัง K
อาสึกะ : ที่เราต้องการจริงๆน่ะคือเพลงต่างหาก ร้องเพลง ละครเพลง จิตวิญญานแห่งบทเพลง!!

(อาสึกะเริ่มร้องเพลงสาธิตว่าที่เธอพูดมานั้นเป็นยังไง)

มายะ : แต่ถ้าแบบนั้นต้องเสียเวลาถ่ายทำแล้วก็เปลืองฟิลม์มากเลยนะคะ
ริทสึกะ : แล้วถ้าทำแบบนั้นรับรองแฟนๆถล่มพวกเราแน่

(เสียงทุกคนกำลังเถียงกันว่าไอเดียของตนนั้นควรถูกนำไปใช้มากที่สุด)

ฟุยุสึกิ : แย่ล่ะสิ เราจะไม่ได้วิธีแก้ปัญหาอะไรสักชิ้นแน่
ชิเงรุ : งั้นพวกเรามาหยุดแล้วโหวตกันมั้ยครับ
มาโคโตะ : ไม่ ฉันคิดว่าเราคงมีเวลาไม่พอที่จะนับคะแนนหรอกนะ ยิ่งวุ่นวายขนาดนี้ด้วย
ริทสึโกะ : เราเวลาน้อยยิ่งกว่าน้อยแล้วนะที่จะต้องเอางานไปเสนอสตูดิโอ
มิซาโตะ : ต้องตัดสันใจอะไรสักอย่างแล้ว
อาสึกะ : รู้แล้วล่ะ ! เราจะทำ "อนิเมที่มีแต่เสียง" กัน!!
ทุกคน : "อนิเมที่มีแต่เสียง" !?
อาสึกะ : ใช่ เริ่มรายการมาเราก็ตัดฉากให้ดำวูบไปแล้วก็เอาพลาสติคสีดำไว้เป็นฉากหลังแบบนี้เราก็ไม่ต้องลงสีเลยสักนิด
มิซาโตะ : อืมม์ แบบนี้นี่เอง
อาสึกะ : ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าเราให้นักพากย์ทำเสียงประกอบทั้งหมดไม่ว่าสะเป็นเสียงเอฟเฟคหรือเสียงเพลงประกอบ เราก็ไม่ต้องไปเสียเวลากับขั้นตอนการอัดเสียง แล้วพวกเรานักพากย์ก็ได้เงินเดือนเพิ่มขึ้นด้วย ยิงนกสามตัวในกระสุนนัดเดียวเลย แล้วถ้ามันมีฉากไหนคลุมเครือเราก็แค่พิมพ์คำอธิบายลงไปเท่านั้นเอง
ฟุยุสึกิ : เราไม่มีทางเลือกแล้ว จะให้ทำยังไงก็ต้องทำล่ะ เอาเลย
เกนโด : อา...

(ฉากนี้เป็นการเอาตอนที่ 1-2 ของเอวาฯ มาเล่นโดยให้เหล่านักพากย์มาทำเสียงประกอบทุกอย่าง ทั้งเพลง เอฟเฟค ซึ่งเริ่มจาก วันหนึ่งในฤดูร้อน ที่สาวกปรากฏตัวแล้วก็มีประกาศอพยพ ก่อนที่กองทัพ UN จะเริ่มจู่โจม แล้วตามด้วยฉากอีวาออกตัว คลั่ง และไล่ถล่ม สาวกจนตายไป)

มิซาโตะ : (บทพูดจาก เอวาฯตอนที่ 1-2) สุดยอด เอวา 01 ทำลายสาวกได้แล้ว

(เสียงโทรศัพท์ดังกระหน่ำขึ้น)
มายะ : สายโทรศัพท์เราโดนโจมตีด้วยกองทัพคำบ่นค่ะ
ชิเงรุ : ทางแฟกซ์ก็ไม่มีคำชมมาเลยสักคำครับ
มายะ : ไม่ไหวแน่ค่ะ คำบ่นกระหน่ำมาอย่างหนักมากค่ะ
มาโคโตะ : กราฟเรตติ้งตกลงต่ำมากกว่าที่เคยครับ ไม่สิมันลงต่ำมากกว่าระดับที่กราฟจะวัดได้ด้วยครับ
มิซาโตะ : ไอ๋หยา
ริทสึโกะ : น่าอับอายนะ
ฟุยุสึกิ : เราน่าจะทำให้เมไจกรองพวกนั้นออกไป....ไม่สิ ตัดมันออกจากระบบเลยดีกว่า
เกนโด : อา...

(เสียงเหมือนโดนถอดปลั๊ก)

จบ(เห่)